รู้จักแบล็คแจ็ค 21 ออนไลน์ คืออะไร

แบล็คแจ็ค หรือที่ผู้เล่นชาวไทยรู้จักกันในนาม 21 แต้ม ซึ่งชื่อเกม แบล็คแจ็ค เป็นภาษาฝรั่งเศส ที่มีความหมายว่า 20 และ 1 หรือ 21 นั้นเอง ซึ่งในสารนุกรมบนอินเตอร์ไม่มีที่มาที่ไปที่ชัดเจน แบล็คแจ็คเป็นเกมพนันที่ใช้ไพ่ 4-8 สำรับเป็นอุปกรณ์ในการเล่น และในเกมจะประกอบด้วย เจ้ามือหนึ่งคน และผู้เล่นไม่เกินเจ็ดคนต่อเกม โดยเจ้ามือจะเป็นผู้แจกไพ่ ให้เจ้ามือเองและผู้เล่นไม่ต่ำกว่า 2 ใบและไม่เกิน 5 ใบ ลักษณะของเกมคือ แข่งแต้มบนไพ่ให้มีแต้มใกล้เคียง 21 แต้มที่สุดฝ่ายนั้นจะเป็นฝ่ายชนะ ผู้เล่นหลายอาจเคยสัมผัสเกมนี้มาแล้วตามวงไพ่ใกล้บ้านหรือบ่อนคาสิโนต่างประเทศ แต่ในปัจจุบันเนื่องจากโรคระบาดทำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่หันมาเล่นเกมพนันออนไลน์ในเว็บคาสิโนที่เชื่อถือได้อย่าง Ufayabo กันไปหมดแล้ว เพราะความสะดวกและประหยัด เพราะท่านสามารถนั่งเล่นนอนเล่นได้ตามสะดวกโดยไม่มีขีดจำกัดของเรื่องเวลาและสถานที่

วิธีการเล่นแบล็คแจ็ค 21 ออนไลน์

วิธีการเล่นแบล็คแจ็ค 21 ออนไลน์

หากท่านเริ่มสนใจเกมพนันแบล็กแจ็คออนไลน์แล้ว เรามาดูกันว่ากฎเกณฑ์และวิธีการเล่นต่างจากเล่นที่คาสิโนอย่างไรบ้าง
ลักษณะแต้มใบไพ่
– A หรือ Ace = 1,11แล้วขึ้นอยู่กับว่าไพ่จะเกิน 21 แต้มหรือไม่
– 10,J,Q,K = 10แต้ม
– 2-9 = แต้มตามจำนวนบนไพ่
ขั้นตอนการเล่น
– แบล็คแจ็คออนไลน์ส่วนใหญ่จะใช้ไพ่ทั้งหมด 8 สำรับ ซึ่งจำนวนไพ่ทั้งหมดจะเท่ากับ 416 ใบ (ไม่รวมไพ่โจ๊กเกอร์)
– ระบบจะทำหน้าที่เป็นเจ้ามือ ส่วนผู้เล่นคือตัวท่านเอง
– ซึ่งท่านเข้าสู่เกมแบล็คแจ็ค จะมีชิปให้เลือกลงเดิมพัน ขั้นต่ำ 1 บาทสูงสุด 50000 บาท ระบบจะมีเวลาจำกัดในการให้เลือกวงเงินเดิมพัน หากท่านไม่เลือก เมื่อถึงเวลาระบบจะทำการเลือกวงเงินขั้นต่ำแทน
– หลังวางเดิมพันเสร็จ ระบบจะทำการแจกไพ่สองใบแรกก่อน โดยเริ่มจากฝั่งผู้เล่นก่อน (ไพ่ผู้เล่นจะถูกหงายทั้งสองใบ) แล้วตามโดยไพ่เจ้ามือ (ใบแรกหงายใบที่สองจะถูกคว่ำลงตามกฎเกณฑ์) ไพ่สองใบแรกนอกจากผู้เล่นจะมีไพ่ BlackJack 21 แต้ม ผู้เล่นจะเป็นฝ่ายเลือกไพ่ใบที่ 3 ก่อนเสมอ จะจั่วเพิ่มหรือไม่แล้วแต่ผู้เล่นเป็นฝ่ายตัดสินใจ จั่วได้สูงสุด 5 ใบ จั่วได้แต้มเกิน 21 แพ้และจบเกมทันที
***กฎจำนวนแต้มในการจั่วไพ่ฝั่งผู้เล่น 4 แต้มอยู่ได้ เกิน 21 แต้มแพ้

ศัพท์และช้อยส์ต่างๆ ในเกมแบล็คแจ็ค

– BlackJack = หมายถึงไพ่สองใบแรกเท่ากับ 21 ตัวอย่างเช่น A+10,J,Q,K
– Hit = หมายถึงการจั่วไพ่เพิ่ม แต้มบนไพ่ต้องไม่เกิน 21 แต้มและต้องไม่เกิน 5 ใบ ถึงจะมีสิทธิจั่วไพ่เพิ่มได้
– Stand = หมายถึงหยุดจั่วไพ่ หรือ ไม่ต้องการจั่วไพ่เพิ่มหรือไพ่อยู่แล้ว
– Serrender = หมายถึง ผู้เล่นยอมแพ้ ผู้เล่นจะได้เงินเดิมพันคืนครึ่งหนึ่ง
– Split = หมายถึง เมื่อไพ่สองใบแรกของผู้เล่นเป็นคู่ สามารถแยกไพ่เป็นสองกองได้ โดยหลังจากแยกจะมีการแจกไพ่เพิ่มกองละหนึ่งใบ ซี่งตามภาษาพื้นบ้านเรียกว่าเพิ่มเป็นสองขานั้นเอง ที่สามารถจั่วไพ่และเพิ่มเงินเดิมพันได้
– Insurance = หมายถึงการซื้อประกัน เมื่อไพ่ใบแรกของเจ้ามือที่เปิดมาเป็น Ace ระบบจะแสดงผลให้เลือกซื้อประกัน ผู้เล่นสามารถซื้อได้โดยใช้เงินครึ่งหนึ่งที่วางเดิมพัน หากไพ่สองใบของเจ้ามือเปิดมาคือแบล็คแจ็ค ผู้เล่นชนะทันที ถ้าไม่ใช่เจ้ามือจะยึดเงินวางเดิมพันประกันไป แล้วเริ่มเกมต่อไปอย่างต่อเนื่อง
– Double Down = หมายถึงเดิมพันสองเท่า กฎคือเพิ่มเงินเดิมพันจากเดิมเป็นสองเท่าและเรียกไพ่เพิ่มได้แค่หนึ่งใบ จากนั้นบังคับให้จบเกมทันที

รูปแบบและอัตราจ่ายของไพ่เกมแบล็คแจ็ค

– BlackJack คือไพ่ 21 แต้มตั้งแต่สองใบแรก A+10,J,Q,K
***แต่ไม่นับไพ่แยก Split ที่เป็น A+10
– ไพ่ห้ามังกร คือไพ่ห้าใบที่ไม่เกิน 21 แต้ม เช่น : 2+2+3+4+6 อัตราจ่ายเท่ากับ 2.5 เท่า (นอกจากเจ้ามือแบล็คแจ็ค ไพ่ห้ามังกร ชนะ
– ไพ่ 21 แต้มธรรมดา คือไพ่ที่ไม่เกิน 21 แต้มและไม่ถึงห้าใบ เช่น : 4+6+5+5 อัตราจ่ายเท่ากับ 2.5 เท่า
– ไพ่ธรรมดาทั่วไป คือแต้มไพ่ที่ไม่ใช่ไพ่ที่กล่าวมาข้างต้น และไม่เกิน 21 แต้ม อัตราจ่ายเท่ากับ 2 เท่า
– ไพ่ Insurance ประกัน อัตราจ่ายเท่ากับ 3 เท่า
– ไพ่ตาย คือไพ่ที่เกิน 21 แต้ม

สูตรเล่นแบล็คแจ็คอย่างไรให้ได้เงิน

สูตรเล่นแบล็คแจ็คอย่างไรให้ได้เงิน

เทคนิคการเล่นแบล็คแจ็คไม่มีสูตรตายตัว และที่สำคัญต้องใช้ประสบการณ์และความชำนาญไปพร้อมกันด้วย ฉะนั้นท่านจงเลือกเทคนิคหรือสูตรที่คิดว่าคิดว่าเหมาะกับตัวท่านเอง หลายท่านอาจจะเคยเจอสูตรการเรียกไพ่แบบ Hard Hand หรือ Solf Hand ฉะนั้นเราจะข้ามสูตรนี้ไป แต่เราจะแนะนำสูตรการคำนวณนับแต้มแบบไพ่บาคาร่าแทน ให้นับไพ่ทุกใบที่เปิดออกดังนี้
ไพ่ที่เป็นแต้ม 2,3,4,5 ให้นับเป็น +1
ไพ่ที่เป็นแต้ม 7,8,9 ให้นับเป็น 0 หรือข้ามไป
ไพ่ที่เป็นแต้ม 10,J,Q,K ให้นับเป็น -1
ให้เริ่มตั้งแต่ตาแรกที่เริ่มเล่นไพ่ 8 สำรับ ตัวอย่างเช่น
เจ้ามือมีไพ่ 4,5,7 และ และผู้เล่นมีไพ่ 10,8,3 ให้นับคำนวณดังต่อไป 4=+1,5=+1,7=0 และ 10=-1,8=0,3=+1
1+1+0-1+0+1=2 ให้นับไปจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่เท่ากับ 16 นั้นแปลว่าไพ่ใบที่แต้มเล็กๆจะออกเกือบหมดแล้ว จะทำให้เราสามารถคำนวณไพ่ต่อไปของเจ้ามือได้ง่ายขึ้นนั้นเอง